โครงการ ‘คนละครึ่ง’

โครงการของรัฐบาลที่เพิ่งเปิดให้ลงทะเบียนไปไม่นานมานี้ อย่าง โครงการ ‘คนละครึ่งที่รัฐหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอย สนับสนุนการซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย โดยรัฐจะช่วยจ่ายค่ากิน ช้อป 50% ไม่เกินวันละ 150 บาท สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ ผู้ที่ลงทะเบียนจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ระหว่างวันที่ 23 ต.ค. – 31 ธ.ค.63 ในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. ตอนนี้จากที่เปิดให้ลงทะเบียน 10 ล้านคน มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 6 ล้านคนแล้ว  

 ซึ่งหลังลงทะเบียน ‘คนละครึ่ง’ สำเร็จแล้ว สิ่งที่ทุกคนต้องมีคือแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ซึ่งเป็นแอปหลักในการใช้จ่าย รายการรอดไปด้วยกันวันนี้ เลยจะมาสอนวิธีติดตั้งแอป วิธีลงทะเบียน ยืนยันตัวตน รวมถึงการเติมเงิน G-Wallet ในแอป เพื่อไว้ใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

วิธีการติดตั้ง และลงทะเบียน ‘แอปเป๋าตัง’  

1. เปิดแอป APP Store หรือ Google Play ที่รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android เวอร์ชั่น 5.0+ ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มีเวอร์ชั่น iOS 9.0+ ขึ้นไป

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เข้าสู่ระบบ “ระบุเบอร์มือถือ” เพื่อขอรหัส OTP 

 5. ยืนยัน OTP 6 หลัก ที่ได้รับจาก SMS ตามเบอร์ที่กรอกในหน้าแรก

6. อ่าน กดเลือกยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการ และกดตกลง

7. ระบุ PIN เป็นตัวเลข 6 หลัก *เป็นรหัสที่ต้องใช้ในการทำรายการทุกครั้ง

8. ยืนยันการตั้งค่ารหัส PIN 6 หลัก  



หลังลงทะเบียนเสร็จแล้ว จะต้องยืนยันตัวตนบนแอปเป๋าตัง โดยมี วิธียืนยันตัวตน ดังนี้ 

วิธียืนยันตัวตน 

1. เลือกบริการ G-Wallet เพื่อยืนยันตัวตน

2. กรณีลงทะเบียนโครงการแล้ว เลือก “เข้าใช้งาน G-Wallet” เพื่อยืนยันตัวตน 

3.กด ยอมรับข้อตกลงการให้ข้อมูลและการให้ความยินยอมข้อมูลส่วนบุคคล

4. ยืนยันด้วยบัตรประชาชน หรือ ยืนยันด้วย Krungthai NEXT ซึ่งต้องทำการระบุ PIN 6 หลัก และข้ามไปขั้นตอนที่ 6

5. สแกนและกรอกข้อมูลบัตรประชาชน

6. ยืนยันรหัส OTP กรณียืนยันด้วย Krungthai NEXT ข้ามไปขั้นตอนที่ 8

7. สแกนใบหน้า

8. ยืนยันตัวตนสำเร็จ จะแสดงหน้า Home G-Wallet  

ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถถ่ายรูปเพื่อยืนยันตัวตน บนแอปเป๋าตัง เพื่อผูก G-Wallet หรือทำการสแกนหน้าไม่สำเร็จ จะต้องทำอย่างไร?  

-สามารถลองใหม่ได้ โดยถ่ายบัตรประชาชนตนเองในที่ที่มีแสงสว่างพอดี และไม่มีเงาบนหน้าบัตร และการถ่ายรูปใบหน้าตนเองให้ถ่ายในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มืดหรือสว่างเกินไป  

-แต่หากรูปถ่ายบนบัตรมีความไม่ชัดเจนหรือไม่สามารถถ่ายรูปเพื่อยืนยันตัวตนได้ แนะนำให้ไปยืนยันตัวตนที่สาขาของธนาคารกรุงไทยเพื่อดำเนินการ หลังจากเรียบร้อยแล้วให้ทำการยืนยันตัวตนใหม่บนแอปอีกครั้ง   



มาถึงขั้นตอนที่สำคัญที่สุด อย่างการเติมเงินลงในแอปเป๋าตังเพื่อใช้จ่าย วิธีเติมเงิน G-Wallet มี 2 วิธี ได้แก่  

เติมเงินผ่าน Mobile Banking (กรุงไทย / ออมสิน / กสิกรไทย / กรุงเทพ / กรุงศรีอยุธยา / ธนชาต / ทหารไทย / ไทยพาณิชย์ / ธกส. / ยูโอบี)   

 1. เข้าแอปเป๋าตัง เลือก “เติมเงินเข้า G-Wallet”

2. คัดลอก G-Wallet ID 15 หลัก

3. เปิดแอปธนาคารเพื่อเติมเงิน 

4. เลือก เติมเงิน (Top up)   

5. เลือก เติมเงิน G-Wallet / เติมเงินพร้อมเพย์ / เติมเงิน e-Wallet (แล้วแต่ธนาคาร)

6. ระบุ หมายเลข G-Wallet ID 15 หลัก ในช่อง e-Wallet ID

7. ระบุ จำนวนเงิน

8. ตรวจสอบข้อมูล เลือก ยืนยัน    

โดยขั้นตอนการเติมเงินนี้เป็นการสรุปภาพรวม เนื่องจากเมนูของแอป Mobile Banking ธนาคารต่าง ๆ มีความแตกต่างกัน ทำให้อาจมีชื่อเรียกเมนูที่ต่างไปจากที่เราบอกไว้  

ส่วนอีกหนึ่งวิธีคือ เติมเงินผ่านตู้ ATM ซึ่งมีขั้นตอนใกล้เคียงกันกับ Mobile Banking แต่ตู้ ATM ธนาคารที่สามารถเติมเงินได้ต่างกันคือ ไม่สามารถเติมเงิน G-Wallet ผ่านตู้ ATM ของธนาคารออมสิน / ธกส. / ยูโอบี ได้   



ซึ่งหลังเติมเงินแล้ว รอวันที่ 23 ต.ค.นี้ โครงการ ‘คนละครึ่ง’ ก็จะเปิดให้เริ่มใช้สิทธิ์ โดยใช้จ่ายผ่านแอปเป๋าตัง วิธีการใช้สิทธิ์ก็ง่าย ๆ คือ    

1. เข้าสู่เมนู “สิทธิคนละครึ่ง” เพื่อใช้สิทธิ์

2. กดปุ่มสแกน QR

3. สแกน QR ร้านค้าถุงเงิน

4. เช็คยอดเงินที่ต้องชำระ และยืนยันการชำระเงิน

5. ใส่รหัส PIN 6 หลัก

6. บันทึกสลิปทำรายการสำเร็จ